ข่าวบันเทิง ภัยสังคม คลิป นักศึกษาขายตัว ข่าวสำหรับผู้บรรลุนิติภาวะ

รวมข่าวที่ทุกคนต้องแอบอ่าน

ฉายความจริง…เซาน่า ค้าประเวณี! พฤษภาคม 31, 2009

Filed under: Bangkok News — rxthai @ 8:03 am
Tags: ,

ทันที…ที่ พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) รับผิดชอบดูแลกองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้กำหนด “กฎเหล็ก” เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติกวดขันปราบปรามกวาดล้างจับกุมอบายมุขในพื้นที่ กทม.ให้แก่นายตำรวจระดับรอง ผกก.ขึ้นไปจนถึง รอง ผบช.น.ในสังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาลทั้งหมด โดยเน้นย้ำให้กวดขันปราบปรามจับกุมอย่างจริงจังและคาดโทษตำรวจท้องที่ที่ปล่อยปละละเลยให้มีการลักลอบเปิดบ่อนพนัน อบายมุข สิ่งผิดกฎหมาย ตู้ม้า และสถานบริการที่ลักลอบค้าประเวณี โดยย้ำว่า หากพบตำรวจ สน.ใดปล่อยปละละเลย หรือเข้าไปเกี่ยวข้องหรือเรียกรับผลประโยชน์จะถูกพิจารณาโทษตั้งแต่ระดับผู้บังคับบัญชาในพื้นที่ จนถึงระดับกองบังคับการ และผู้บัญชาการตำรวจนครบาล


       
       คำสั่งในครั้งนี้ ทาง พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.) ยืนยันว่า หากตรวจพบว่าท้องที่ใดยังปล่อยให้เปิดอยู่ นายตำรวจระดับ ผกก.ท้องที่นั้นๆ ต้องถูกลงโทษทางวินัยเป็นคนแรก พร้อมทั้งรีบเก็บของออกจาก สน.ทันที อย่างไรก็ตาม เชื่อมั่นว่า การที่ พล.ต.อ.ธานี กำชับการปฏิบัติในครั้งนี้ ผู้ปฏิบัติทุกหน่วยคงต้องรับฟังและนำไปปฏิบัติอย่างแน่นอน นอกจากนั้น ยังฝากประชาสัมพันธ์ไปยังพี่น้องประชาชน ว่า หากพบเห็นการลักลอบเล่นพนัน อบายมุข สิ่งผิดกฎหมายทุกประเภทรวมถึงตู้ม้า ที่ยังมีการลักลอบเปิดอยู่ให้แจ้งมายังโทรศัพย์มือถือสายตรงถึงตนเองได้ 24 ชั่วโมง หมายเลข 08-1947 2828 หลังจากนั้น ไม่เกิน 1 ชั่วโมง ตนจะไปถึงจุดที่พบมีการลักลอบเปิดเล่นและดำเนินการในทันที
       
       จากกฎเหล็กปราบอบายมุข พื้นที่เมืองหลวงครั้งนี้…ทีมข่าวอาชญากรรม เอเอสทีวี/ผู้จัดการออนไลน์ จึงขอฉายภาพความจริง ธุรกิจเซาน่า นวดแผนโบราณ ที่ลักลอบค้าประเวณี อย่างโจ๋งครึ่ม ซึ่งข้อมูลนี้ เดิมที ทีมข่าวได้รับการร้องเรียนจากประชาชน ผู้ใช้บริการที่เห็นว่า เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง และเพื่อให้ความเป็นธรรมกับสถานบริการ ที่กล่าวถึง ทางทีมข่าวได้จัดส่งผู้สื่อข่าว เข้าไปค้นหาความจริง ด้วยการแฝงตัวไปใช้บริการ นวดแผนโบราณ
       
       ความจริงที่ว่านี้….ได้เกิดขึ้นที่ “เรือนพระยา” สถานบริการอบเซาน่า นวดแผนโบราณ ซึ่งตั้งอยู่ย่านถนนเลียบทางด่วน รามอินทรา-อาจณรงค์ หรือ ถนนประดิษย์มนูธรรม
       
       เนื้อเรื่องแห่งความจริง เริ่มจากเมื่อเลี้ยวรถเข้าไปในสถานบริการดังกล่าว พบว่า กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่ จะเป็นผู้มีอันจะกิน โดยลานจอดรถเต็มไปด้วย รถยนต์หรูหลากยี่ห้อ และเมื่อเดินเข้าไปภายใน ด้านขวามือจะมีตู้กระจกเพื่อให้หญิงบริการ นั่งให้แขกเลือก ขณะที่ด้านซ้ายมือเป็น คอฟฟี่ช็อฟ มีนักร้อง และจำหน่ายอาหารเครื่องดื่ม
       
       ส่วนการบริการที่นี่ …เริ่มจากนวดแผนโบราณ ราคา 2 ชั่วโมง 360 บาท นวดน้ำมัน ราคา 2 ชั่วโมง 660 บาท ซึ่งเมื่อแขกเลือกหมอนวดที่นั่งอยู่ภายในตู้กระจกแล้ว ก็มีห้องอยู่ด้านหลัง ซึ่งจัดแต่งสวนเข้ากับบรรยากาศ ของสปาทั่วๆ ไป แต่สิ่งที่ได้เกิดขึ้นจริง กับสถานบริการแห่งนี้ หากกรณีที่แขกเลือกที่จะซื้อบริการด้วยการนวดแผนโบราณ ก็จะมีห้อง ซึ่งเป็นห้องขนาดเล็ก มีทีวี ไม่มีห้องน้ำ แต่เมื่อหมอนวด เข้าไปให้บริการ ทันทีที่ทีมข่าวได้รับ คือ “จะให้ทำอย่างไร”…และเมื่อบอกว่า ก็นวดแผนโบราณ ..เขาก็ย้ำว่า นวดอย่างเดียวหรือ…และเมื่อถามว่า ที่นี่เขามีขายบริการด้วยหรือไม่ เนื่องจากที่ประตูห้องด้านใน เขียนตัวหนังสือไว้เห็นอย่างชัดเจนว่า…“ห้ามค้าประเวณี อย่างเด็ดขาด”…แต่หมอนวด กลับตอบอย่างไม่สะทกสะท้านว่า …ก็เขียนไว้อย่างนั้นแหละ ทุกคนที่เขามาที่นี่ ก็มาซื้อบริการกันทั้งนั้น โดยราคาเริ่มที่ 1,500 บาท ต่อครั้ง หรือ 2,000 บาท ต่อครั้ง แต่เมื่อยืนยันว่า นวดอย่างเดียว ทำให้หมอนวด แสดงอาการไม่พอใจ พร้อมกับพูดว่า ทำให้เสียเวลา ขาดรายได้ ก่อนที่จะขอตัวออกจากห้องไป หลังจากนวดนานไม่ถึง 30 นาที
       
       อย่างไรก็ตาม ที่สุดพิเศษ หมอนวดคนดังกล่าว บอกว่า ที่นี่จะมีพวกดารา นักแสดง มาใช้บริการ กันอยู่เป็นประจำ โดยเคยเห็นดาราหนุ่มหล่อ สังกัดวิกหลายสี มาบ่อยมาก โดยเมื่อมาถึง ก็จะมีผู้บริหารของสถานบริการดังกล่าว คอยต้อนรับเป็นอย่างดี ส่วนหญิงบริการ ทางผู้บริหารจะเป็นผู้จัดหาให้ โดยส่วนใหญ่ก็จะเป็นเด็กที่เพิ่งมาทำงาน โดยราคาตกอยู่ที่ 5,000-10,000 บาท
       
       มีผู้ให้ข้อมูลสถานบริการ เรือนพระยา แห่งนี้ ระบุไว้ว่า นวดแผนโบราณไม่มีห้องอาบน้ำ 180/ชม.นวด 2 ชม.360 บาท นวดน้ำมันมีห้องอาบน้ำในตัว 2 ชม.660 บาท
       1.สภาพห้อง เกรด A
       2.ผ้าเช็ดตัว-เตียง เกรด B
       3.ความสะอาดห้อง เกรด B
       4.หน้าตา-เนื้อตัวเด็ก เกรดA B C
       5.การบริการ นิสัย การเอาใจ เกรด B C -
       6.ราคาค่าบริการ เกรด B C
       7.เชียร์แขก เกรด B
       
       จากข้อมูลความจริง ที่เกิดขึ้น กับสถานบริการเรือนพระยา ถือเป็นหนึ่งในร้อยของสถานบริการ อบเซาน่า และนวดแผนโบราณ ที่ได้มีการลักลอบค้าประเวณี ที่เกิดขึ้นจริง
       
       นอกจากนั้น ทีมข่าวอาชญากรรม เอเอสทีวี/ผู้จัดการออนไลน์ ยังได้รับการร้องเรียน ที่สถานบริการ….ย่านรามคำแหง ถนนสุขุมวิท เขตห้วยขวาง ย่านฝั่งธนบุรี (สน.ทุ่งครุ) แถวรัชดาภิเษก โรงแรมชั้น 2 เนื่องจากพวกโรงแรมระดับ 2-3 ดาว จะมีการให้บริการคนมาเช่านอนน้อย ได้ค่าทดแทนไม่มากพอจึงจำเป็นต้องขายห้องไปด้วย เปิดให้บริการ “นวดแล้วนาบ” แบบชั่วคราวไปด้วย อีกทั้งในพื้นที่ที่เปิดให้บริการนวดแผนโบราณ สปา บาร์เกย์ ที่เลี่ยงด้วยการตั้งหลบเข้าไปในซอย ไม่ให้ป้ายโชว์ออกไปให้เห็นชัดอย่างโจ่งแจ้ง ว่า มีการเปิดบริการลอบค้าประเวณีควบคู่กันไปด้วย ประกอบกับการเปิดให้นวดกระษัย นวดกาปู๋ นวดไซด์ไลน์ อาบน้ำลงอ่าง ตีหม้อ ซึ่งมีกันดาษดื่นในทุกพื้นที่ทั่ว กทม.โดยการเปิดให้บริการดังกล่าว ก็จะมีการพนันพวกตู้ม้า ตู้เกม บอลออนไลน์ เปิดบังหน้าแอบแฝงอยู่ใกล้สถานให้บริการนวดแผนโบราณ ในแต่ละท้องที่ ที่ละ 5 ตู้ ตั้งห่างกันประมาณ ครึ่งกิโลเมตร หรือ 1 กิโลเมตร เพื่อจะได้ให้พวกนักนวดได้ผ่อนคลาย ระบายอารมย์ด้วย และจะเน้นเปิดใกล้แหล่งเยาวชนมั่วสุม โดยจะส่งส่วยให้ตำรวจท้องที่ ตั้งแต่ 60,000 บาท ถึง 150,000 บาทต่อเดือน
       
       ส่วนการจ่ายเงินติดสินบนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม ตำรวจ 191 ที่ต้องกวาดจับตามหน้าที่ ก็จะมีเม็ดเงินต่างหากเริ่มต้นที่ 100,000 บาทขึ้นไป
       
       อย่างไรก็ตาม ในอดีตที่ผ่านมาสมัย พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ เป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ก็ได้มีมาตรการควบคุมเร่งรัดปราบปรามกวาดล้างพวกพนันตู้ม้า อบายมุขต่างๆ ในแต่ละท้องที่ หากพื้นที่ไหนไม่สนองทำตามนโยบายก็ต้องย้ายผู้บริหารระดับ ผกก.สน.ทันทีเช่นกัน
       
       วันนี้ การปราบปรามการค้าประเวณี ยังมิได้หมดไป สถานบริการหลายแห่งใช้การหลีกเลี่ยงกฏหมาย เช่นการอบซาวน์น่า เมื่อผู้ใช้บริการกับผู้ให้บริการเข้าไปในห้องแล้ว จึงไม่รู้ว่า จะมีการค้าประเวณีเกิดขึ้นหรือไม่ อย่างที่ “ชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์” เคยกล่าวถึงสถานบริการอาบอบนวดไว้ ทั้งที่รู้ทั่วกันว่า สถานที่แห่งนั้นคือ “ซ่องไฮโซ” นั่นเอง

ข่าวจาก : เอเอสทีวี/ผู้จัดการออนไลน์

 

”โบวี่- อัฐมา” กับเรื่องเซ็ก(ซี่)ในชีวิต พฤษภาคม 29, 2009

เวลาเจียนเที่ยงของวันธรรมดากลางสัปดาห์ของปลายฤดูฝน แม้รอบบริเวณจะมีกลุ่มเมฆครึ้มหนาปกคลุม แค่โดนละอองความชื้นอีกเพียงนิดก็พร้อมจะกลั่นตัวตกลงมาเป็นฝนได้ แต่แล้วอุณหภูมิโดยรอบก็กลับพุ่งสูง ในวินาทีที่สาวน้อยดวงตาซุกซน เดินเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มอ่อนหวานที่พร้อมจะละลายหัวใจผู้ชายทั้งประเทศ
สาวน้อยที่มีดวงตาเป็นประกาย บวกรอยยิ้มสดใส กับหุ่นทรมาณใจชายคนนี้ มาพร้อมผลงานในวงการบันเทิงชนิดที่ก้าวมาเกินครึ่งเท้า ซึ่งบทบาทที่เธอได้รับส่วนมากมักปรากฏในรูปลักษณ์ของนางร้ายนิสัยวีนแตก ที่มีฉากให้เธอได้แสดงเสน่ห์ทางเพศออกมาอยู่เสมอ

เธอชื่อ “โบวี่- อัฐมา ชีวนิชพันธ์” หญิงสาวที่ทุกย่างก้าวปรากฏเงาบางๆ ทอดทาบตามมาตลอด เงาของเซ็กซี่สตาร์คนใหม่ที่พร้อมจะแผ่ขยายเข้าไปทำให้หัวใจของทุกคนร่มรื่นเย็นสบายและรุ่มร้อนอ่อนไหวในเวลาเดียวกัน


หลายต่อหลายคนอาจจะยังสงสัยว่า ตัวจริงของผู้หญิงอารมณ์ร้ายแสนเซ็กซี่ในจอคนนี้เป็นเช่นไร บัดนี้โบวี่พร้อมที่จะเปิดอกเปลือยหัวใจให้ได้รู้ทรรศนะเกี่ยวกับเรื่องเซ็กซี่ๆ ในชีวิต ที่ฟังแล้ว จินตภาพที่คุณเคยมีเกี่ยวกับตัวเธออาจเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิงก็เป็นได้
ทำไมจึงแสดงแต่บทร้าย?
“ไม่ทราบเหมือนกันนะคะ คือโบมาเล่นละครเรื่องแรกกับเอ็กแซ็กส์ พี่บอยก็ให้เล่นร้ายเลย ไม่เคยคุยกับพี่บอยเหมือนกันว่าทำไม แต่คนอื่นเขาจะบอกว่าเราดูดุๆ และดูเหมือนว่าจะไปในทางเซ็กซี่ ซึ่งมันเหมาะกับบทร้ายมากกว่า แล้วพอสตาร์ทด้วยบทร้ายแล้ว พอคนอื่นเห็นเขา ก็ให้เราไปเล่นร้ายต่อ แต่ตัวโบก็ไม่ได้ตั้งใจจะเล่นร้ายอะไร”

แล้วตัวจริงเซ็กซี่ไหม?
“เฉยๆนะคะ เห็นคนอื่นบอกว่า เราเป็นคนที่ตาเซ็กซี่ เวลาคุยกับใคร ตาเราจะดูเหมือนเจ้าชู้ ตามันจะกระพริบวิบวับ แล้วปกติโบเป็นคนที่ยิ้มแล้วตายิ้มด้วย พอไปคุยกับคนอื่นเรายิ้ม ตามันก็จะยิ้มอะไรอย่างนี้ อาจจะดูว่าเจ้าชู้ ดูเซ็กซี่อะไรอย่างนี้มั้งคะ”
“จริงๆ ก็ไม่ได้ตั้งใจที่จะเซ็กซี่หรอกคะ แต่ในเมื่อตัวบทละคร ด้วยลุคที่ออกมา มันทำให้เราเดินไปทางนี้แล้ว เราก็คิดว่าถ้าอย่างนั้นโอเค ไปทางเซ็กซี่ก็ได้ แต่ว่ามันจะต้องมีลิมิตในการเซ็กซี่ ตัวเราเองเราก็ไม่ใช่คนที่เซ็กซี่มาก แล้วก็ไม่ได้อยากให้ลุคมันออกไปในแนวเซ็กซี่ไปเลย อาจจะเซ็กซี่ได้ประมาณนึง เราก็เลยจะมีลิมิตของเราเอาไว้”

แล้วคิดว่าตัวเองเซ็กซี่ตอนไหน?
“ถ้าปกติธรรมดาก็ไม่ ปกติจะเซอร์ๆ นุ่งกางเกงขาสั้น เสือยืด ผมก็ไม่ค่อยหวี (หัวเราะ) ชอบทำผมยุ่งๆ น่ะค่ะ แต่ถ้าเวลาที่แต่งหน้าแต่งตัวขึ้นมา มันก็จะ เออ ดูเซ็กซี่นะ เวลาที่แต่งหน้าทำงาน ตามันจะดูเฉี่ยวๆ ดูเซ็กซี่น่ะค่ะ”
ชุดที่คิดว่าเซ็กซี่ที่สุด ที่เคยใส่?
“ชุดที่คิดว่าเซ็กซี่ที่สุดที่เคยใส่เหรอคะ ถ้าพูดถึงความเซ็กซี่แนวเปิดโชว์แล้ว ก็ต้องเป็นตอนถ่ายแบบค่ะ ตอนถ่ายแบบแบบก็จะเซ้กซี่นิดนึง กางเกงก็จะใส่แบบขาสั้นมาก เสื้อก็จะเป็นแบบที่โชว์ชั้นในนิดนึง นี่คือเซ็กซี่แนวที่เปิดให้เห็นนะคะ แต่ถ้าเกิดเซ็กซี่ในความรู้สึกเนี่ย จะเป็นชุดนอนนะคะ เพราะว่าเวลาใส่ชุดนอนแล้วจะรู้สึกมันเบาๆ พริ้วๆ สบายๆ เวลานอนที่เตียงมันจะให้ความรู้สึกว่าเราเซ็กซี่น่ะค่ะ”

ชุดนอนของโบวี่?
“จริงๆ โบใส่เป็นกางเลหลวมๆ แล้วก็เป็นเสื้อสายเดี่ยว หรือแขนกุด แต่จะเป็นตัวหลวมๆ น่ะค่ะ เพราะความหลวมๆ นี่แหล่ะมั้งที่ทำให้เรารู้สึกว่ามันสบาย และก็เซ็กซี่ดีค่ะ เพราะมันหลวมๆ ปล่อยๆ”
คิดอย่างไร เกี่ยวกับแฟชั่นไม่ใส่ชุดชั้นในของเด็กวัยรุ่นสมัยนี้?
“โบคิดว่าใส่ดีกว่านะคะ เพราะโดยส่วนตัวโบคิดว่ามันแรงเกินไปน่ะค่ะ ไม่รู้ว่าจะทำอย่างนั้นไปเพื่ออะไรน่ะค่ะ มันไม่มีประโยชน์อะไรเลยนะคะ”
“โบว่ามันแรงไปนิดนึงนะคะ โบคิดว่า ถ้าสมมุติอยากจะโชว์จริงๆ แล้วเนี่ย ใส่กางเกงในดีกว่า แต่อาจจะเลือกตัวที่สวยถูกใจ หรือตัวที่เราคิดว่าใส่แล้วเซ็กซี่ แต่ถ้าจริงๆ เลยมันก็ไม่ควรจะโชว์นะคะ โบคิดว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่ควรจะโชว์เลย คือใส่กระโปรงสั้นก็ได้ แต่ไม่ควรจะตั้งใจจะให้มันเห็นขนาดชั้นใน กางเกงใน มันไม่ได้เกิดประโยชน์อะไร คนส่วนใหญ่เขาก็ไม่ได้มองด้วยความชื่นชม แล้วมันก็เป็นอันตรายต่อตัวน้องเองด้วยน่ะค่ะ”

กลัวคนจะติดภาพเซ็กซี่ไหม?
“ไม่กลัวค่ะ เพราะคาดว่าเขาคงจะติดภาพไปเรียบร้อยแล้ว(หัวเราะ) งานที่ออกไป เขาก็ต้องมองว่าเราเป็นแนวนั้นอยู่แล้วค่ะ แต่อย่างน้อยเห็นว่าเราเซ้กซี่ได้ แต่ว่าเราก็อยากจะควบคุมให้มันดูเซ็กซี่ไปในทางที่โอเคหน่อย”
“คิดเซ็กซี่มันมีหลายแบบใช่ไหมคะ มันจะมีเซ็กซี่แบบโป๊เหมือนตั้งใจเปิดไปเลย หรือเซ็กซี่แบบอาทๆ ในความรู้สึกของโบ เวลาโบมองผู้หญิงเซ็กซี่น่ะ โบจะรู้สึกว่าผู้หญิงเซ็กซี่คือ ผู้หญิงที่มีอะไรดึงดูดให้เรามอง ไม่ใช่ว่าเขาจะเซ็กซี่ด้วยการโชว์หุ่น หรือเปิดเนื้อหนังน่ะค่ะ แต่มันเป็นความเซ็กซี่ทางความรู้สึกเองว่า เออ ผู้หญิงคนนี้มีความรัญจวน มีความดึงดูด มีอะไรสักอย่างที่มันตรึงให้เรามอง ถ้าเลือกได้โบอยากเป็นคนเซ็กซี่แบบนั้นน่ะค่ะ เซ็กซี่แบบที่มีความเย้ายวนน่ามอง มากกว่าที่จะให้คนติดภาพว่าเป็นคนเซ็กซี่ที่ชอบเปิดชอบโชว์อะไรอย่างนั้นค่ะ”
ผลงานที่จะได้เห็นต่อไป?
“มีหนัง Misscall เธอบวกเราเท่ากับรัก และมีโปรเจคต่อไปที่โบกำลังจะถ่ายเซ็กซี่ที่สุดในชีวิตเลยนะคะ ยังไงก็ติดตามกันดูนะคะ”

****************

 
ชื่อจริง – อัฐมา ชีวนิชพันธ์
ชื่อเล่น – โบวี่
วันเกิด – 14 มีนาคม พ.ศ. 2528
ส่วนสูง – 165 เซนติเมตร
น้ำหนัก – 46 กิโลกรัม
สัดส่วน – 32-24-35
การศึกษา – จบคณะอักษรศาสตร์ ภาควิชาศิลปะการละคร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
พี่น้อง – มีพี่ชาย 1 คน (ซึ่งแก่กว่าโบวี่แค่ 10 เดือนเท่านั้น)
ผลงานที่ผ่านมา – ละครหัวใจศิลา , ละครนารีสโมสร , MV คืนข้ามปี (ดา เอ็นโดรฟิน) , MV อยากจับมือเธอมาวางไว้ (แพนเค้ก)
อาหารที่ชอบ – อาหารญี่ปุ่น, อาหารไทยรสแซ่บๆ เช่น ยำวุ้นเส้น, ต้มยำกุ้ง ฯลฯ
ภาพยนตร์ที่ชอบ – ดูได้ทุกประเภท แต่ไม่ชอบหนังผีกับหนังโรคจิต ชอบโรแมนติคคอมเมดี้ เป็นพิเศษ
แนวเพลงที่ชอบ – ฟิวชั่นแจ๊ซ, อาร์แอนด์บี, ป็อบ ส่วนใหญ่ฟังได้หมด แต่ไม่ฟังเพลงหนักๆ
ศิลปินนักร้องที่ชอบ – ดา เอ็นโดรฟิน
ศิลปินนักแสดงที่ชอบ – แองเจลิน่า โจลี, ฮิราลี ดัฟ
งานอดิเรก – เล่นอินเตอร์เน็ท, นอน, วิ่งออกกำลังกาย, อ่านหนังสือ แนวธรรมะ
สไตล์การแต่งตัว – เซอร์ๆ ชอบใส่ขาสั้น เสื้อยืด รองเท้าแตะ
กีฬาที่ชอบเล่น – วิ่ง
รางวัลที่เคยได้รับ – Polo Angle, Tea Tree สุดยอดหนุ่มสาวหน้าใส
อนาคต – อยากเป็นนักแสดง หรือแอร์โฮสเตส

ข้อมูลจาก : manager.co.th

 

เปลือยชีวิต…”นักศึกษาขายตัว” พฤษภาคม 27, 2009

เมื่อวันที่ 10 ก.พ. 49 โดย พ.ต.อ.สุรัศมิ์ อุดมรัตน์ ผกก.กก.สด. นำกำลังเข้าจับกุม น้องหญิง วัย 23 ปี นักศึกษาสถาบันอุดมศึกษาแห่งหนึ่ง น้องพร (นามสมมติ) อายุ 16 ปี น้องเจน (นามสมมติ) อายุ 16 ปี น้องภา (นามสมมติ) อายุ 17 ปี และ น้องเพ็ญ (นามสมมติ) อายุ 17 ปี ทั้งหมดถูกจับกุมได้ในโรงแรมแห่งหนึ่งริม ถ.พระราม 9

   “น้องหญิง” โดนแจ้งข้อหาเป็นธุระจัดหาเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี เพื่อการค้าประเวณี ส่วนน้องๆ อีก 4 คน ตำรวจนำส่งบ้านเกร็ดตระการ เพื่อดูแลและฝึกอาชีพให้

“น้องหญิง” ในฐานะผู้พาน้องๆ ทั้งหมดมารอให้บริการลูกค้า ย้อนเส้นทางชีวิตว่า พ่อแม่มีอาชีพขายเลือดหมู แต่พ่อติดการพนันอย่างหนัก ทำให้ครอบครัวไม่ค่อยมีความสุขเท่าที่ควร แม้เธอจะโตเป็นสาว พ่อก็ยังไม่ทิ้งลาย พอเธอเรียนอยู่ปี 2 ย่าได้โอนที่ดินให้ พ่อก็เอาไปขายได้เงินมาหลายแสน ช่วงแรกยังต่อเติมบ้าน ซื้อรถ ตามปกติ แต่ตอนหลังก็เล่นพนันจนหมดตัว

 จากนั้นบ้านและรถก็โดนยึดหมด จนต้องย้ายมาอยู่บ้านน้า ส่วนแม่ก็ยังไม่ยอมทิ้งพ่อ แต่เลือกที่จะทิ้งเธอและน้องชายอีก 2 คน…อย่างไม่ไยดี!?

  น้องหญิง เล่าว่า ตอนนั้นเธอและน้องชายอีก 2 คน ลำบากมาก ก่อนหน้านี้เคยได้เงินใช้สัปดาห์ละ 500 บาท ไม่รวมค่ารถไปกลับ แต่พอไม่มีเงินจึงต้องดิ้นรนช่วยเหลือตนเองมาโดยตลอด กระทั่งมาเจอกับแฟนของน้องชาย อายุแค่ 14 ปี ซึ่งเคยทำอาชีพนี้มาก่อน จึงแนะนำให้ลองทำ

 ”พอแฟนน้องชวน หนูก็สนใจเพราะเห็นว่าไม่เสียหายอะไร ก่อนหน้านี้เคยเสียตัวให้แฟนตั้งแต่ ม.4 เลยคิดว่าต้องทำเพราะความจำเป็นบังคับ แถมทำงานตรงนี้ยังได้เงินเยอะ และไม่เหนื่อยอะไรมาก อยากได้เงินวันไหนก็ทำงาน ไม่จำเป็นต้องใช้ก็ไม่ต้องทำ”

 น้องหญิง อธิบายรูปแบบการทำงานว่า “ส่วนมากหนูจะรับแขก สัปดาห์ละไม่เกิน 5 วัน ทำงานครั้งละ 3 ชั่วโมง แขกเสร็จเมื่อไรก็เลิก ถ้าอยากทำต่อก็ว่ากันอีกที ที่หลับนอนก็หาเอาม่านรูดแถวปากเกร็ด เสียค่าโรงแรม 250 บาทต่อชั่วโมง เวลาเข้าม่านรูด แขกไม่ค่อยกล้าเบี้ยวเงินเพราะถ้าหนูโวยวาย รับรองเป็นเรื่อง”

“มีอยู่ครั้งหนึ่งเคยรับแขกหน้าตาดูไม่ได้เลย แถมยังตัวใหญ่น่ากลัวมาก ตอนนั้นไปกับเพื่อน 2 คน ทีแรกก็ไม่แน่ใจว่าเขาจะมีเงินรึเปล่า พอเขาจับไต๋ออกว่าเราไม่ค่อยเชื่อใจ เลยรีบควักเงินออกมากองนับได้ 2 แสนบาท หนูก็เลยยอมเขาแบบ 2 รุม 1 เพราะเงินตัวเดียว”

บางทีรู้สึกท้อมาก โดยเฉพาะเวลาเจอแขกทำทารุณ หรือไม่สุภาพ ต้องขอตัวกลับบ้าน ตัดใจไม่เอาเงินดีกว่า เวลาแขกติดต่อหนู จะติดต่อได้ทางโทรศัพท์ ไม่ต้องผ่านนายหน้าเลยไม่โดนหักเงิน แต่ก็มีบ้างเหมือนกันที่ผ่านนายหน้า มักโดนหักค่าตัวเยอะ เขาชอบอ้างว่าคนโน้นคนนี้ติดต่อมาอีกที เลยหักกันเป็นทอดๆ จนแทบไม่เหลือสักบาท

นายหน้าที่ดีๆ ก็มี เช่น ป้าคนหนึ่งอยู่แถวปากเกร็ด เขาจะติดต่อแขกดีๆ มีทิปหนักๆ ให้ โดยเฉพาะพวกนักการเมืองจะให้หนักเป็นพิเศษ ส่วนอีกคนชื่อ “เหมียว” เป็นนายหน้าแถวสะพานควาย

“เหมียว” เขาจะพาพวกหนู ซึ่งเป็นเด็กนักศึกษาจากหลายสถาบันไปให้ผู้ชายคนหนึ่งดูตัว เราชอบเรียกกันว่า “คุณอา” คุณอาจะคัดตัวเด็กที่พี่เหมียวหามาให้ ใครคัดตัวไม่ผ่านจะได้ 500 บาท ส่วนใครผ่านจะได้ 1,000 บาท คุณอาจะเลือกเด็กหน้าตาไม่สวยมาก โดยเฉพาะเด็กที่ฐานะยากจน เพื่อส่งเสียให้เรียนต่อ

สำหรับข้อหาฐานเป็นธุระจัดหา…ตั้งตัวเป็น “แม่เล้า” นั้น น้องหญิง ปฏิเสธว่า

“หนูอายุแค่ 23 ปี เด็ก 17-18 ปี ที่ไหนมันจะเชื่อหนู อย่างมากก็แค่ชักชวนเพื่อนๆ ที่เจอกันตอนร่วมงาน แลกเบอร์เผื่อเวลามีลูกค้าแนะนำกัน ใครเดือดร้อนก็ช่วยเหลือ แต่ก็รู้ดีว่าแก้ตัวไม่ขึ้น เพราะเงินล่อซื้อมันคามือหนูอยู่ แต่ยืนยันได้ว่าเด็กทุกคนไม่มีใครถูกบังคับ ทุกคนเต็มใจหมด”

น้องหญิง เล่าว่า ชีวิตเด็กที่ถูกจับแต่ละคนน่าสงสารมาก บางคนพ่อแม่ตายหมด ต้องเลี้ยงดูน้องสาวที่เป็นใบ้ตามลำพัง เลยต้องขายตัวตั้งแต่ ม.ต้น เพราะความจำเป็นบีบบังคับ

“ผู้หญิงที่ไหนอยากจะเสียตัวให้ผู้ชายที่ไม่ใช่คนที่ตัวเองรักฟรีๆ ล่ะพี่ หนูเองก็มีแฟน ก่อนที่จะถูกจับเขาไม่เคยรู้ว่าหนูขายตัว แต่ตอนนี้เขารู้แล้ว หนูก็เสียใจเหมือนกัน แต่ทำไงได้ในเมื่อเราไม่มีเงิน อีกอย่างพี่สาวที่เป็นญาติกันเขาเพิ่งเรียนจบกำลังตกงาน หนูเลยต้องแบ่งเงินให้เขาใช้ แถมต้องให้น้องชายอีก 2 คนด้วย ใครขออะไรหนูให้หมดเพราะเงินมันได้ง่าย แม้ว่าหนูต้องฝืนใจทำงานบ้างในบางครั้ง”

น้องหญิง แฉด้วยว่า บ่อยครั้งแขกของเธอมักอ้างว่า เป็นตำรวจระดับผู้กำกับหรือสารวัตร แต่เธอไม่ค่อยแน่ใจนักว่าเป็นตำรวจ “จริง” หรือ “ปลอม” เพราะแต่ละคนจะเก็บงำชื่อเสียงเรียงนามอย่างมิดชิด กลัวเรื่องจะลามมาถึงตัวเอง!

ลัลลาถามว่า กลัวเพื่อนที่เรียนด้วยกันรู้ความจริงไหม? น้องหญิง ตอบว่า กลัวเหมือนกัน แต่คงไม่มีใครรู้เพราะหน้าตาไม่ได้สวยอะไรมากนัก ไม่เหมือนเด็กมหาวิทยาลัยเอกชนดังๆ ที่มีแต่สวยๆ ทั้งนั้น ด้วยความเจียมตัวเลยต้องยอมทำงานเฉพาะย่านปากเกร็ดบ้านตนเองเท่านั้น

“หนูไม่รู้เหมือนกันว่า สถาบันที่หนูเรียนอยู่ จะมีใครทำอาชีพเดียวกันหรือเปล่า เพราะคงไม่มีใครยอมเปิดตัว แต่สำหรับหนู ป่านนี้เพื่อนคงรู้หมดแล้ว เสียดายอุตส่าห์ส่งตัวเองมาจนใกล้จบ แต่พอเจอคดีแบบนี้ก็จบกัน”

เธอ บอกด้วยว่า เพื่อนที่เรียนมหาวิทยาลัยเอกชนดังๆ มีเสี่ยเลี้ยงเยอะแยะ ได้เงินดีด้วย แค่ไปเดินควงแขนกันตามห้างก็ได้เงินครั้งละ 2,000-3,000 บาท ถ้ามีอะไรกันก็ยิ่งได้เยอะ พวกนี้ต้องเอาเงินไปซื้อเสื้อผ้า เครื่องสำอาง พยายามอัพตัวเองเพื่อให้ดูดี ถูกใจแขกกระเป๋าหนักอยู่ตลอด

คัดมาจาก Blog : http://www.oknation.net/blog/lunla

 

รวบเจ้าพ่อแคมฟอกซ์ ลวงสาว16 ข่มขืน พฤษภาคม 27, 2009

Filed under: Bangkok News — rxthai @ 12:46 pm
Tags: ,

ตำรวจ ปศท. รวบ ณุ แคมฟอกซ์ หลังล่อลวงเด็กสาวชาวเหนือวัย 16 ปี 2 คน ว่าจะช่วยปั้นให้เป็นดาราดัง แต่สุดท้ายแค่ให้เต้นโชว์ทางเว็บแคม แถมยังถูกกระทำชำเรา

พล.ต.ต.โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์ ผู้บังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยี หรือ ปศท. และพนักงานสอบสว ปศท. ควบคุมตัวนายพิษณุ ธรรมหิเวศน์ อายุ 41 ปี หรือ “ณุ แคมฟอกซ์” เจ้าของห้องแชท “เอกซ์ ซี๊ดส์ เอกซ์” และ “บิวตี้ฟูลคลับ วัน” ซึ่งถูกจับกุมได้จากสถานบันเทิงที่ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกระทรวงไอซีทีแห่งหนึ่ง ย่านถนนแจ้งวัฒนะ เมื่อคืนที่ผ่านมา มาสอบปากคำ หลังถูกสมาพันธ์พิทักษ์สิทธิเด็กและสตรีแห่งประเทศไทย และเด็กสาววัย 16 ปี จำนวน 2 คน เข้าแจ้งความว่าถูกนายพิษณุล่อลวงทางอินเทอร์เน็ต ผ่านห้องแชทดังกล่าว มากระทำชำเราหลายสิบครั้ง และยังบังคับให้เด็กสาวทั้ง 2 คนเต้นโชว์ผ่านเว็บแคม ซึ่งมีผู้เข้ามาชมเป็นจำนวนมากในแต่ละวัน

สำหรับนายพิษณุมีพฤติการณ์คอยหาแชทพูดคุยกับเด็กหญิงหน้าตาดี ที่อยู่ตามจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ แล้วโกหกว่าตัวเองเป็นนักแต่งเพลง รู้จักผู้กำกับหนัง และดารา-นักร้องหลายคน สามารถปลุกปั้นให้เป็นดาราจนมีค่าตัวนับแสนบาทได้ หากสนใจให้นั่งรถมาหาที่กรุงเทพฯ โดยนัดเจอที่สถานีขนส่งหมอชิต เมื่อเจอตัวจะล่อลวงเหยื่อไปกระทำชำเรา แล้วบังคับให้เต้นโชว์ทางอินเทอร์เน็ต โดยก่อนหน้านี้เด็กสาวผู้เสียหายทั้ง 2 คน ได้เข้าแจ้งความไว้กับกองบังคับการตำรวจภูธรภาค 5 ซึ่งศาลจังหวัดเชียงใหม่ได้ออกหมายจับนายพิษณุเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2550 ในข้อหาพาบุคคลอายุเกิน 15 ปี แต่ไม่เกิน 18 ปี ไปเพื่อการอนาจาร โดยผู้เยาว์นั้นเต็มใจไปด้วย แต่ระหว่างที่ตำรวจบุกเข้าจับกุม ผู้ต้องหาไหวตัวทัน หลบหนีไปได้ทุกครั้ง

ทั้งนี้ จากการสอบสวนเบื้องต้น นายพิษณุได้ให้การปฏิเสธ โดยอ้างว่าเด็กสาวยินยอมมีอะไรกับตนด้วยความเต็มใจ และไม่รู้มาก่อนว่าอายุไม่ถึง 18 ปี ส่วนการเต้นโชว์เป็นความต้องการของเด็กเอง เพราะเด็กอยากเป็นดาราหน้ากล้องผ่านอินเทอร์เน็ต ให้คนทั่วโลกได้ดูผลงาน

 

ทลาย “สปา” ล่อลวง 4 นร.สาว ค้ากาม ในคอนโด พฤษภาคม 27, 2009

Filed under: Bangkok News — rxthai @ 12:40 pm
Tags: ,

ตร.สวัสดิภาพเด็กและเยาวชน บุกทลายสปากามในคอนโดกลางกรุง ล่อลวงเด็กสาวมาขายบริการ ช่วยเหลือ 4 สาววัยรุ่นออกมาได้ เผยเดินทางมาจากนครพนม เพื่อมาหางานทำในกรุงเทพฯช่วงโรงเรียนปิดเทอม ตั้งใจจะมาทำงานร้านเซเว่น-อีเลฟเว่น แต่ไม่ได้งาน ต่อมามีรุ่นพี่ที่รู้จักกันมาชวนทำงานสปา เมื่อเข้ามาทำก็โดนบังคับขายบริการ ตร.ได้รับแจ้งเบาะแสบุกเข้าจับได้ พร้อมแม่เล้าสาวใหญ่ สารภาพเปิดสปาบังหน้าขายบริการ โดยลูกค้าจะติดต่อผ่านทางเว็บไซต์”ซี้ดสปา”

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 25 เม.ย. พ.ต.ท.วัชรศักดิ์ ขุนพลพิทักษ์ สว.งานสืบสวน ศูนย์สวัสดิภาพเด็ก เยาวชนและสตรี (ศดส.) พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสน.โชคชัย เข้าตรวจค้นอาคารไดนาสตี้ คอนโดมิเนียม ภายในซอยลาดพร้าว 71 แขวงและเขตวังทองหลาง กทม. หลังสืบทราบว่าที่อาคารดังกล่าวนำเด็กผู้หญิงอายุต่ำกว่า 18 ปีมาค้าประเวณี

ระหว่างการตรวจค้นสถานบริการสปาชื่อ “จัสมินสปา” ที่ชั้น 1 ของอาคาร หลังทราบเบาะแสว่าเป็นสถานที่ที่มีหญิงสาวมาขายบริการทางเพศ โดยเปิดเป็นสปาบังหน้า จึงส่งสายเข้าล่อซื้อกับน.ส.ศิริวัฒนา ทวดเสนา อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 170/4 ม.9 ต.หนองปรือ อ. บางละมุง จ.ชลบุรี เจ้าของร้าน ต่อมาน.ส.ศิริวัฒนา นำหญิงสาว 4 คนมาส่งให้ในร้าน เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวจับกุมไว้ทั้งหมดคือน.ส.ศิริวัฒนา น.ส.เก๋(นามสมมติ) อายุ 19 ปี น.ส.เมย์(นามสมมติ)อายุ 15 ปี น.ส.พิม(นามสมมติ) อายุ 16 ปี น.ส.จอย(นามสมมติ)อายุ 16 ปี และกะเทยชื่อนายบอย(นามสมมติ) อายุ 16 ปี ทั้งหมดให้การว่าถูกน.ส.ศิริวัฒนาล่อลวงมาขายบริการ พร้อมของกลาง สมุดบัญชีบันทึกรายรับรายจ่าย มีชื่อเด็กพร้อมเบอร์โทร. และชื่อบรรดาลูกค้าที่มาใช้บริการ

น.ส.ศิริวัฒนา ให้การรับสารภาพว่า มีหน้าที่ดูแลจัดหาเด็กให้กับบรรดาลูกค้าที่ต้องการใช้บริการ โดยลูกค้าจะเข้าไปที่เว็บไซต์ seedspa.spaces.live.com มีน.ส.ณัฐชา หรือกระแต เชี่ยวชาญ เป็นเจ้าของเว็บไซต์ ภายในจะลงรูปเด็กสาวที่ต้องการขายบริการไว้ ส่วนใหญ่อายุต่ำกว่า 18 ปี ถ้าลูกค้าต้องการเด็กคนไหนก็จะโทร.ติดต่อเข้าไปยังเบอร์ของเจ้าของเว็บไซต์ และน.ส.ณัฐชาจะติดต่อมาให้จัดหาเด็กตามที่ลูกค้าต้องการ พร้อมนัดหมายให้มาเจอที่ไดนาสตี้ คอนโดมิเนียมแห่งนี้ ซึ่งตนเปิดเป็นร้านสปาบังหน้า ภายในแบ่งซอยเป็นห้องเล็กๆไว้ให้ลูกค้าใช้บริการ เรียกเก็บเงินค่าบริการครั้งละ 1,500 บาท แบ่งให้เด็ก 700 บาท ถ้าเด็กหน้าตาดี อายุน้อย เรียกเก็บค่าบริการ 3,000 บาท และถ้าเป็นแบบสวิงกิ้งชาย 2 หญิง 1 เรียกเก็บครั้งละ 4,000 บาท

จากการสอบสวนเด็กสาวทั้ง 4 คน ให้การว่าพวกตนเป็นนักเรียนชั้นมัธยม เดินทางมาจากจ.นครพนม โดยขออนุญาตพ่อแม่มาหางานทำหาเงินในช่วงปิดเทอมที่กทม. เดิมตั้งใจจะมาสมัครงานร้านเซเว่น-อีเลฟเว่น แต่ไม่ได้งาน ต่อมามีรุ่นพี่ที่รู้จักกันคนหนึ่งแนะนำให้มาทำงานที่ร้านสปาแห่งนี้ เมื่อมาถึงก็ถูกสั่งให้บริการแขกทันที

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหากับน.ส.ศิริวัฒนา ในข้อหาเป็นธุระจัดหาเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี เพื่อค้าประเวณี ส่วนเด็กสาวเหล่านี้จะส่งตัวไปยังสถานแรกรับเยาวชน ก่อนติดต่อผู้ปกครองมารับตัว สำหรับน.ส.ณัฐชา เจ้าของเว็บไซต์จะติดตามจับกุมมาดำเนินคดีต่อไป

 

ญี่ปุ่นวิกฤติ เวบไซต์ลามกระบาด ล่อลวงเด็กมัธยมขืนใจ พฤษภาคม 27, 2009

ญี่ปุ่นเสื่อมหนัก เด็กสาวมัธยมถูกล่อลวงผ่านทางเวบไซต์เพิ่มสูงขึ้นเกือบเท่าตัว เพิ่มโทษเฒ่าตัณหากลับหากจับได้ว่าโพสต์ข้อความชี้ชวนให้ไปหลับนอน ต้องโทษจำคุกนาน 6 เดือน หรือปรับ 1 ล้านเยน ตำรวจหนักใจบางครั้งเด็กยอมขายเอง

แหล่งข่าวจากเอเอฟพีรายงานว่า ประเทศญี่ปุ่นซึ่งก้าวล้ำนำหน้าด้านเทคโนโลยีกำลังประสบปัญหาอาชญากรรมล้นเมือง ทั้งปล้น จี้ ข่มขืน โดยมีแรงจูงใจมาจากเวบไซต์ลามก ในขณะที่เหยื่อเป็นเด็กสาวมัธยมและประถมมากกว่าครึ่ง โดยคดีข่มขืนกระทำชำเราในปีนี้เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาถึง 38.5 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว (อ้างอิงข้อมูลจากเอเอฟพีนิวส์)

จากการสอบสวนพบว่า 95 เปอร์เซ็นต์ของเด็กที่ตกเป็นเหยื่อทางเพศครั้งนี้ ล้วนแล้วแต่เข้าไปเยี่ยมชมเวบไซต์ลามกผ่านโทรศัพท์มือถือด้วยกันทั้งนั้น และยอดตัวเลขของคดีอาชญากรรมก็มีส่วนสัมพันธ์กับการนัดออกเดทโดยใช้ระบบออนไลน์ด้วย

โดยเหยื่อที่ถูกล่วงเกินทางเพศกว่า 1,278 รายนั้น 80 เปอร์เซ็นต์เป็นเด็กผู้หญิงซึ่งกำลังศึกษาในระดับมัธยม และระดับประถม อย่างไรก็ดี ทางการญี่ปุ่นได้ออกกฎหมายสำหรับจัดการกับตาแก่ลามกแดนปลาดิบขั้นรุนแรงเด็ดขาด หากสามารถสืบได้ว่าผู้ใดมาโพสต์ข้อความที่เกี่ยวกับการซื้อขายทางเพศกับเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี มีโทษถึงขั้นจำคุกเป็นเวลา 6 เดือน หรือปรับเป็นเงิน 1 ล้านเยน (ประมาณ 360,000 บาท)

ซึ่งมาตรการลงโทษหนุ่มใหญ่ตัณหากลับเหล่านี้บางครั้งก็สร้างความปวดเศียรเวียนเกล้าให้เจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยเช่นกัน เพราะเด็กบางรายก็ยอมขายเรือนร่างเพื่อให้ได้เงินมาใช้จ่ายแบบรวดเร็วทันใจ มิได้มาจากการถูกล่อลวง อย่างไรก็ดี มาตรการดังกล่าวนี้ก็ยังมีเฉพาะบทลงโทษผู้ใหญ่ก่อน

จาก icygang.com

 

สังคมเสื่อม! พระใช้เน็ต “ล่อลวง” นศ.สาว ABAC พฤษภาคม 27, 2009

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 17 ต.ค. นางลักษณา (สงวน นามสกุล) อายุ 46 ปี บ้านเดิมอยู่ จ.ระยอง รุดเข้าแจ้งความต่อ สภ.อ.เมืองนครปฐม พร้อมเอกสารสำเนาบันทึกประจำวันของ สน.หัวหมาก ระบุว่า น.ส.กิ๊ฟ (นามสมมติ) บุตรสาววัย 18 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 2 มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (เอแบค) ถูกพระเชาวลิต ปาลิโต อายุ 34 ปี พระลูกวัดวัดห้วยจรเข้ อ.เมืองนครปฐม ออกอุบายล่อลวงไปกระทำมิดีมิร้าย

นางลักษณากล่าวด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้นว่าบุตรสาวรู้จักพระเชาวลิตจากอินเตอร์เน็ตมานานกว่า 6 เดือน จนกระทั่งเมื่อวันที่ 3 ส.ค.ที่ผ่านมา บุตรสาวได้แอบหนีออกจากบ้านไปโดยไม่ทราบว่าไปพักที่ไหนจนกระทั่งเมื่อวันที่ 11 ส.ค.บุตรสาวก็ถูกชายลึกลับส่งตัวกลับมาที่บ้านในสภาพคล้ายคนเสียสติ ไม่สามารถจดจำใครในบ้านได้ ส่งเสียงกรีดร้องโวยวายตลอดเวลา พร่ำเพ้อถึงแต่พระเชาวลิต พอจับใจความได้ว่าแอบหนีไปอยู่ด้วยกันที่วัดดังกล่าว จึงตัดสินใจพาบุตรสาวไปตรวจรักษาที่ รพ.จุฬาฯ แพทย์ตรวจพบว่าสมองของบุตรสาว ถูกฤทธิ์ยากล่อมประสาทอย่างแรง ทำลายจนเกือบใช้การไม่ได้ เมื่อตรวจปัสสาวะก็พบว่ามีสีม่วง ซึ่งแพทย์บอกว่าเกิดจากการเสพยาบ้า เข้าไปจำนวนมาก ที่สำคัญบุตรสาวยังถูกคนร้ายข่มขืนกระทำชำเราอย่างทารุณ ขณะนี้ยังนอนไม่ได้สติอยู่บนเตียงผู้ป่วยใน รพ.จุฬาฯ

ผู้เป็นแม่กล่าวต่อไปว่า จากการสำรวจทรัพย์สิน ของบุตรสาวพบว่าเงินสดจำนวน 10,000 บาท นาฬิกายี่ห้อดัง 2 เรือน โทรศัพท์มือถือ ตุ๊กตา และแหวนทับทิมอีก 2 วง รวมมูลค่าประมาณ 5 หมื่นบาท สูญหายไปจนเกลี้ยง คาดว่า คนร้ายคงจะปลดเอาไปด้วย พยายามติดต่อไปยังตามเบอร์โทรศัพท์ ที่บุตรสาว จดบันทึกเอาไว้แต่พระเชาวลิตไม่ยอมรับสายจึงบากหน้ามาแจ้งความเพื่อดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

หลังทราบรายละเอียดทั้งหมด ทางตำรวจพร้อมด้วยนางลักษณาได้เดินทางไปที่กุฏิของพระเชาวลิต ผู้ต้องสงสัยพบพระเชาวลิต นั่งอ่านหนังสืออยู่ในห้องจึงนิมนต์พาตรวจค้นหาหลักฐานพบว่า ภายในกุฏิที่พำนักของพระเชาวลิตเพียบพร้อมไปด้วย อุปกรณ์อำนวยความสะดวกและสิ่งบันเทิงเริงรมย์เช่นชุดโฮมเธียเตอร์ โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง โดย 1 ใน 2 เป็นของ น.ส.กิ๊ฟ นอกจากนี้ ยังพบเป้ผ้าสะพายหลังภายในมีตุ๊กตา ของน้องกิ๊ฟแขวนอยู่ริมผนังห้องด้านใน ส่วนนาฬิกาของน้องกิ๊ฟวางอยู่ตรงหัวเตียงนอน 1 เรือน ส่วนอีกเรือนหาไม่พบ จากการสอบสวนพระเชาวลิตให้การแบ่งรับแบ่งสู้ ว่าน้องกิ๊ฟมาพักอยู่ที่วัดจริง แต่ไม่มีความสัมพันธ์อะไรต่อกัน ส่วนเรื่องที่น้องกิ๊ฟถูกมอมยาและข่มขืนพระเชาวลิตให้การปฏิเสธ ตำรวจจึงลงบันทึกปากคำไว้เป็นหลักฐานก่อนจะเดินทางกลับ พร้อมนางลักษณาเนื่องจากต้องรอให้น้องกิ๊ฟผู้เสียหายมาชี้ตัวยืนยันความผิด

ข่าวจากไทยรัฐ
http://www.thairath.co.th

 

ปอย-ตรีชฎาเปรยถึงไม่ใช่ผู้หญิง ก็เป็นฝ่ายหญิง พฤษภาคม 27, 2009

เมื่อ 26 พ.ค. ระหว่างไปร่วมงานแถลงข่าว ภูเก็ต อินเตอร์เนชั่นแนล แฟชั่น วีค 2009 ที่สยามพารากอน ปอย-ตรีชฎา มาลยาภรณ์ ดาราคนดัง ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีตกเป็นข่าวคบหากับนักร้องชายผู้เคยเข้าประกวดอคาเดมี แฟนเทเชีย หรือเอเอฟ โดยนักข่าวถามถึงนักร้องหนุ่มหลายชื่อ จนได้คำตอบว่า คนที่รู้จักเป็นเพื่อนกันคือ มิวสิค รัชพล แย้มแสง เอเอฟ4 แต่ปอยยืนยันว่า ไม่ได้คบกัน เป็นเพื่อนกันเฉยๆ เพิ่งรู้จักกันไม่นานมาก

 “ไม่ใช่มิวสิค (หัวเราะ) ตอนที่ปอยให้สัมภาษณ์ตอนนั้นปอยไม่ได้บอกว่าปอยมีแฟน แต่แค่บอกว่าปอยไม่ได้เป็นแฟนกับ ไมค์-พิรัชต์ และพี่พลอยไม่ได้เป็นตัวประกอบ จริงๆปอยมีคนคุยด้วยอยู่แล้ว แต่ไม่อยากเป็นคนพูดก่อน  รอให้ฝ่ายชายเป็นคนพูดดีกว่า อีกอย่างคุณแม่ปอยก็ไม่ค่อยสบายใจกับข่าวนี้เท่าไหร่ ทั้งผู้จัดการ และผู้ใหญ่ แต่มันก็ไม่ได้เป็นเรื่องเสียหายมากมาย ก็คุยกัน…ถึงปอยไม่ใช่ผู้หญิง แต่ปอยก็เป็นฝ่ายหญิง เวลาที่เราดูข่าวแล้วฝ่ายหญิงออกมาพูดถึงฝ่ายชายก่อน ชาวบ้านที่เขาดูทีวีก็จะมองว่าผู้หญิงคนนี้แรงจังเลย แล้วปอยเป็นเด็กต่างจังหวัด ไม่ใช่เด็กหัวนอกอะไร แล้วถ้าปอยเป็นฝ่ายพูดก่อนมันดูแย่มากเลย”

  เมื่อถามถึงข่าวที่มิวสิคคบกับลูกโป่งอยู่ กลัวว่าตนเองจะตกเป็นมือที่สามหรือไม่ ดาราสาว กล่าวว่า ปอยกลัวคำนี้มาก สมมติปอยคบกับใครแต่เขามีแฟนแล้ว ถ้ารู้ปอยคงไม่คบกับเขา แต่ปอยก็ไม่ได้คบกับมิวสิค แล้วก็ไม่ได้คิดจะเปิดตัวกับใคร

 เมื่อถามว่า คนที่คบกับปอยอาจถูกจับตาเรื่องที่ปอยเป็นสาวประเภทสอง ดาราสาวตอบว่า “ ปอยว่าคนที่คบกับปอยต้องเป็นผู้ชายร้อยเปอร์เซ็นต์อยู่แล้วค่ะ ที่ผ่านมาปอยมีแฟนเลิกไปเขาก็ไปคบกับผู้หญิงต่อ ไม่ได้เบี่ยงเบนเป็นอย่างอื่น ประชาชนในประเทศไทยส่วนใหญ่ก็มองว่าปอยเป็นผู้หญิง ปอยเป็นแบบนี้เป็นตัวของตัวเองดีที่สุด เหมือนกับที่ปอยเคยบอกว่าถึงปอยจะเป็นแบบนี้ ปอยก็มีจิตใจ อยากมีความรักเหมือนคนอื่น แต่ถ้าการมีความรักของปอยทำให้คนบางคนรู้สึกไม่ดี ปอยก็ขอโทษ”

 

หนุ่มโรคจิตโทร.ตื๊อ! “บลู-เอลิกา” ชวนถ่ายโป๊-หื่นขอหลับนอน พฤษภาคม 27, 2009

“บลู-เอลิกา” สาวดัชชี่เกิร์ล วิ่งโร่ขึ้นโรงพัก แจ้งความถูกโรคจิตป่วน โทร.ขอร่วมหลับนอน แอบอ้างเป็นช่างภาพนิตยสารดัง ติดต่อให้ถ่ายแบบโป๊ขึ้นปก เจ้าตัวปฏิเสธยังตามตื๊อโทร.กวนถึงบ้านเกิด ดาราสาวคาดเป็นคนใกล้ชิด ก่อนมอบเบอร์โทร.หนุ่มโรคจิตให้ ตร.ตรวจสอบ และเอาตัวมาสอบปากคำ
       

       วันนี้ (25 พ.ค.) เมื่อเวลา 19.00 น.น.ส.เอลิกา หรือ บลู พลอยอัมพร อายุ 23 ปี ดารานักแสดง และผู้ชนะการประกวดดัชชี่เกิร์ลปี 2001 อยู่บ้านเลขที่ 35/47 หมู่ 7 ต.จันทนิมิต อ.เมือง จ.จันทบุรี เดินทางมาที่ สน.ทองหล่อ เข้าพบ ร.ต.ท.นุกูล สุขสด ร้อยเวร สน.ทองหล่อ เพื่อแจ้งความร้องทุกข์เรื่องถูกคนโรคจิตอ้างตัวเป็นช่างภาพนิตยสารชื่อดัง โทร.มาติดต่อขอให้ถ่ายแบบโป๊
       
       น.ส.เอลิกา กล่าวว่า เมื่อช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมา ตอนประมาณตี 4 มีเบอร์โทรศัพท์แปลกโทร.เข้ามาที่มือถือของตน โดยอ้างตัวว่าชื่อ “หนึ่ง” เป็นช่างภาพนิตยสารชื่อดังฉบับหนึ่งติดต่อให้ถ่ายแบบลงปกนิตยสาร โดยให้ท่อนบนใส่เสื้อ ขณะที่ท่อนล่างเปลื้องผ้า ซึ่งตนเห็นว่าแรงเกินไป ไม่เหมาะสมจึงปฏิเสธไป และก่อนว่างหูโทรศัพท์ หนุ่มโรคจิตยังขอร่วมหลับนอนด้วย นอกจากนี้ ยังมีการโทรศัพท์เข้าบ้านที่จันทบุรี โดยแม่เป็นคนรับสาย และยังติดต่อให้ตนไปถ่ายแบบโป๊ดังกล่าวอีก ซึ่งโทรศัพท์มาบ่อยมากจนสร้างความรำคาญให้กับแม่
       
       น.ส.เอลิกา กล่าวต่อว่า ล่าสุด เมื่อช่วงเช้า หนุ่มโรคจิตยังโทรศัพท์เข้าที่ห้องพัก ซึ่งเบอร์นี้ไม่มีใครรู้ โดยอ้างชื่อหนึ่งเหมือนเดิม และติดต่อให้ไปถ่ายแบบโป๊ดังกล่าวอีก ซึ่งตนได้หลอกคุย และได้ทราบว่าคนที่โทร.มารู้ข้อมูลส่วนตัวเป็นอย่างดี จึงคาดว่า เป็นคนใกล้ชิด หรือช่างภาพที่เคยร่วมงานกันมา โดยก่อนวางหูตนได้ขอเบอร์โทรศัพท์มือถือไว้ เพื่อจะติดต่อกลับ จากนั้นจึงโทรศัพท์ไปเช็กตามนิตยสารที่เคยร่วมงานถ่ายแบบไว้ เพื่อสอบถามว่ามีช่างภาพชื่อหนึ่งหรือไม่ ซึ่งได้รับคำตอบว่าไม่มี
       
       น.ส.เอลิกา กล่าวอีกว่า ที่วันนี้ตนตัดสินใจเข้าแจ้งความ เพราะรู้สึกกลัว และอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามตัวคนนี้มาพูดคุย เพื่อไม่ให้โทร.มาอีก พร้อมมอบเบอร์โทรศัพท์ของช่างภาพหนึ่ง ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจสอบ
       
       ด้าน ร.ต.ท.นุกูล กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้ทำการลงบันทึกประจำวันไว้ และจะนำเบอร์โทรศัพท์ไปตรวจสอบว่ามีการจดทะเบียนไว้หรือไม่ เพื่อเรียกตัวมาสอบสวนดำเนินคดีต่อไป

ข่าวจาก : manager.co.th

 

คู่รักพิเรนท์ร่วมเพศ ท่ากามสูตรแผลงจนเข้าโรงพยาบาล พฤษภาคม 21, 2009

ท่ากามสูตรทำพิษ คู่รักพิเรนท์เข้าโรงพยาบาลร่วมเพศแผลง (มติชนออนไลน์)

turkish_jeans_09

          “เดอะ ซัน”รายงานเมื่อวันที่ 11 เมษายน นายอีวาน โซโกลอฟ วัย 56 ปี และนางวาเล็นติน่า สามีภรรยาชาวรัสเซีย พักอยู่ในเมืองกัลฮูก้า ทางตอนกลางของประเทศ มีอันต้องถูกส่งเข้าโรงพยาบาล ภายหลังร่วมเพศในท่ากามสูตรจนไม่สามารถแยกร่างออกจากกันได้ โดยทั้งสองต้องติดอยู่ในท่าเรียกว่า “คอเก้าอี้” เป็นเวลากว่าชั่วโมง และได้โทรศัพท์ไปหาเจ้าหน้าที่เพื่อให้ช่วยเหลือ

          ขณะที่เจ้าหน้าที่ทำได้เพียงหิ้วทั้งคู่ในสภาพดังกล่าวเข้าโรงพยาบาล โดยแทบจะเก็บอารมณ์ขำไว้ไม่ได้ ด้านแพทย์เปิดเผยว่า ฝ่ายชายพยายามอย่างหนักจนดึงตัวเองออกจากท่าดังกล่าวได้ ขณะที่ภรรยาต้องรับการรักษาอาการกล้ามเนื้อช่องคลอด 

          รายงานระบุว่า สำหรับท่าคอเก้าอี้ ถือเป็นท่ายากปานกลางในตำรากามสูตร ซึ่งผู้เชี่ยวชาญบอกว่า ผู้เล่นท่าดังกล่าวจะต้องเป็นคนหนุ่มสาวที่เล่นท่าดังกล่าว จึงจะถือว่าเป็นท่าที่ท้าทายความสามารถในการมีเพศสัมพันธ์

ข้อมูลจาก : มติชนออนไลน์