ข่าวบันเทิง ภัยสังคม คลิป นักศึกษาขายตัว ข่าวสำหรับผู้บรรลุนิติภาวะ

รวมข่าวที่ทุกคนต้องแอบอ่าน

Super Slim Pomegranate มีนาคม 15, 2009

Filed under: Health & Personal Care — rxthai @ 8:06 pm
Tags: ,

Super Slim PomegranateThe FDA warns consumers about the weight loss pill products we may have sold to you. The products may be contaminated with a small fraction of an undeclared active pharmaceutical ingredient. Per FDA, not all products have been identified as containing potentially harmful contaminants. The FDA has stated anyone who is taking the natural herbal diet supplements may suffer serious adverse effects, such as increase blood pressure, tachycardia, palpitations, and seizure. ++++ The Buyer(s) assume all associated risk of the purchase and/ or use of the products. Best2DayDiet.com assumes no responsibility of any personal injury, death, or property damage associated with the use of the products. The Buyer(s) assume all responsibility of ensuring that all applicable health risks and safety restrictions are follwed before and during the use of this product. This includes consulting with medical physician and all public alerts associated with the product.

http://www.timehealthy.com/review/buy-super-slim-pomegranate.html

Best one I’ve ever taken!5
I read all the reviews of this product prior to buying. I decided I would give it a try, since I put on too much weight after quitting smoking. The first day I felt a bit shaky and had really dry mouth, but all I did was drink water. I expected to have to excuse myself for bathroom trips (other than potty breaks) based on the previous reviews. This has not been a problem, nothing in that area has changed.
By the 2nd day I had a headache and some ansiness…the third day all this was gone except the thirstiness and dry mouth. I have great energy, the first weekend I finished painting my kitchen and spent very little time on the couch.
My sleep has not been a problem either. I can tell I don’t sleep as soundly, but I have not had a problem falling asleep, I’m just easily woken. Mornings are easier for me now, I roll out of bed when I’m suppose to (0530am), instead of snoozing for 20 minutes. My head is somewhat “cloudy” at times, but nothing drastic.
As for the weight, I started taking the pills (1 a day) 1 and a half weeks ago at 215 Lbs, one week later (exactly), I was at 202 Lbs, it’s been half a week since I’ve weighted myself, but I can tell that I’ve lost more. My apetite has decreased immensly, though I am still eating regularly. I even snack some, but I have lost the need for excessive eating.
All in all I am going to continue taking Super Slim Pomegranate, and more than likely, continue to loose weight.

 

ประโยชน์ของน้ำมันจมูกข้าว กุมภาพันธ์ 22, 2009

Filed under: Beauty, Health & Personal Care — rxthai @ 12:07 pm

จมูกข้าวและรำข้าวที่ถูกขัดสีทิ้ง เป็นส่วนที่มีสารอาหารต่างๆ มากมาย หากรับประทานสม่ำเสมอ จะให้ประโยชน์กับร่างกาย ดังนี้

 1. ลดคอเลสเตอรอล และ ไตรกรีเซอร์ไรด์

            สารแกมม่า-ออไรซานอล ทำหน้าที่เพิ่มระดับไขมันชนิดดี (HDL) ให้แก่ร่างกาย ซึ่งไขมันชนิดนี้จะไปช่วยขจัดคอเลสเตอรอล (LDL) รวมทั้งไตรกรีเซอร์ไรด์ (Triglycerides) จากหลอดเลือดและส่วนต่างๆ ของร่างกาย  นอกจากนั้น น้ำมันจมูกข้าวรำข้าว ยังประกอบด้วยวิตามินอีกลุ่มโทโคโตรอินอล  ไฟโตสเตอรอล และกรดไขมันโอเมก้า 3-6-9  ซึ่งมีส่วนช่วยลดคอเลสเตอรอล และ ไตรกรีเซอร์ไรด์ ได้ด้วย

2. ป้องกันโรคหัวใจและโรคที่เกิดจากหลอดเลือดตีบตัน

              โรคหัวใจ โรคสมองเสื่อม โรคอัมพฤกษ์ อัมพาต โรคชาตามประสาทส่วนปลาย รวมทั้งโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ล้วนมีสาเหตุมาจากการที่หลอดเลือดอุดตัน  ทำให้เลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่ายกายไม่ทั่วถึง จึงเป็นเหตุให้เกิดโรคดังกล่าว สารอาหารต่างๆ ในน้ำมันจมูกข้าวรำข้าว ช่วยขจัดไขมันในหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดสะอาด ปลอดโปร่งอยู่เสมอ เลือดสูบฉีดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ได้ทั่วร่างกาย โรคร้ายดังกล่าวข้างต้นก็ไม่เกิดขึ้น

3. บำรุงสมอง บำรุงระบบประสาท

               กรดไขมันโอเมก้า 3 ช่วยบำรุงสมอง บำรุงเซลล์ในระบบประสาท ทำให้สมองดีอยู่เสมอ เด็กที่รับประทานน้ำมันจมูกข้าวรำข้าว จึงมีความจำดี ส่วนผู้สูงวัยหากได้รับประทานน้ำมันจมูกข้าวรำข้าว อยู่เสมอ ก็จะปลอดภัยจากโรคสมองเสื่อม  ขณะที่โอเมก้า 6 และวิตามินบีคอมเพล็กซ์ เป็นส่วนประกอบของเซลล์ผิวหนัง และ เซลล์ในอวัยวะสืบพันธุ์ ช่วยให้ผิวหนังและระบบสืบพันธุ์ดีขึ้น

4. ป้องกันโรคมะเร็ง

               โรคร้ายที่คร่าชีวิตผู้คนทั่วโลกอย่างไม่มีที่มาที่ไปในศตวรรษที่ผ่านมาและศตวรรษนี้ คือโรคมะเร็ง แต่น่ายินดีที่ผลการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ พบว่า หากได้รับสารอาหารที่มีอยู่ในน้ำมันจมูกข้าวรำข้าว เข้มข้นถึง 5% ของกระแสเลือดในร่างกาย จะช่วยให้รอดพ้นจากการเป็นโรคมะเร็ง แม้ผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งแล้ว ก็ช่วยได้ถึง 62% เนื่องจากในน้ำมันจมูกข้าวรำข้าว มีสารอาหารต้านอนุมูลอิสระจำนวนมาก  ว่ากันว่า สารต้านอนุมูลอิสระในน้ำมันจมูกข้าวรำข้าว มีมากกว่าในพืชทุกชนิดเท่าที่มีการค้นพบในเวลานี้

5. บำรุงผิวพรรณให้ผ่องใส และ ชะลอความแก่

                น้ำมันจมูกข้าวรำข้าว  มีวิตามินอีจำนวนมาก รวมทั้งวิตามินบีคอมเพล็กซ์ โอเมก้า 6 และเซลาไมซ์(Ceramide) ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันทั่วโลกแล้วว่า สารอาหารดังกล่าว มีส่วนช่วยบำรุงผิวพรรณให้เต่งตึง เปล่งปลั่ง ผ่องใสมีน้ำมีนวลอยู่เสมอ ทำให้แก่ช้า หรือ ชะลอความแก่ ที่มีรอยเหี่ยวย่นเกิดขึ้นแล้ว ก็ทำให้ริ้วรอยเหี่ยวย่นหายไป

6. ควบคุมความสมดุลของระดับฮอร์โมนในร่างกาย

               ร่างกายคนเราจะผลิตฮอร์โมนชนิดต่างๆ ออกมาเสมอ เพื่อให้การทำงานของอวัยวะต่างๆ ดำเนินไปได้อย่างปกติ  หากร่างกายขาดฮอร์โมนชนิดใดชนิดหนึ่งก็จะเกิดโรคร้ายขึ้น เช่น ความผิดปกติเกี่ยวกับฮอร์โมนอินซูลิน ก็จะเป็นผลให้เกิดโรคเบาหวาน  หรือ  ความผิดปกติเกี่ยวกับฮอร์เอสโตรเจนในสตรี ก็จะเกิดอาการวัยทองและระบบประจำเดือน เป็นต้น  จากการศึกษาวิจัย พบว่า สารอาหารหลายชนิดในน้ำมันจมูกข้าวรำข้าว ช่วยให้ร่างกายสามารถผลิตฮอร์โมนได้อย่างสม่ำเสมอและเกิดความสมดุล จึงทำให้ร่างกายแข็งแรงตลอดไป

7. ป้องกันโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศทั้งชายและหญิง

               อาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ เกิดขึ้นได้กับทั้งชายและหญิง ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของสังคม เพราะหากคู่สามีภรรยาอยู่ด้วยกันอย่างไม่มีความสุข หรือขาดความสมดุลทางเพศ ก็จะก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ มากมาย เช่น การหย่าร้าง การคบชู้สู่ชายหรือหญิง  การประพฤติผิดต่อคู่ครอง การเที่ยวเตร่นอกบ้าน  เป็นต้น  สำหรับชายหญิงที่ได้รับสารอาหารต่างๆ ในน้ำมันจมูกข้าวรำข้าวเป็นประจำ จะทำให้ร่างกายมีความแข็งแรงสมบูรณ์อยู่เสมอ อีกทั้งสารเมลาโทนิน(Melatonin) ช่วยให้จิตใจผ่อนคลายด้วย ก็จะทำให้รอดพ้นจากโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศได้ตลอดไป

8. บำรุงดวงตา  สายตา  ให้แจ่มใส ใช้งานได้ดีอยู่เสมอ

                ดวงตาเป็นอวัยวะที่สำคัญ หากขาดการบำรุง ก็จะทำให้ดวงตาเกิดโรคต่างๆ ได้ เช่น น้ำเลี้ยงตาแห้ง ทำให้รู้สึกปวดแสบปวดร้อนที่ดวงตา หรือ เป็นต้อชนิดต่างๆ เป็นต้น  สารอาหารที่อยู่ในน้ำมันจมูกข้าวรำข้าว  เช่น วิตามินเอ  วิตามินบีคอมเพล็กซ์ เบต้าแคโรทีน ล้วนมีส่วนช่วยให้ดวงตาแจ่มใสและใช้งานได้ดีอยู่เสมอ

9. เสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย

               ในน้ำมันจมูกข้าวรำข้าว มีสารอาหารต่างๆ มากมาย ทั้งโปรตีน(จากพืช)  ไขมันชนิดดีที่ร่างกายต้องการ(HDL) วิตามินต่างๆ ทั้งวิตามินเอ  บีรวม  อี  ดี  เค  แร่ธาตุสำคัญๆ ที่ร่างกายต้องการก็มีอยู่ในน้ำมันจมูกข้าว เช่น แคลเซี่ยม ฟอสฟอรัส โปตัสเซี่ยม เซเลเนี่ยม โครเมี่ยม สังกะสี  แมงกานีส  นอกจากนั้น ยังมีเลซิติน  ไลโซเลซิติน  เซฟฟาลีน  เบต้าแคโรทีน  ซึ่งทั้งหลายทั้งปวง ล้วนทำให้สุขภาพแข็งแรง จึงทำให้ร่างกายมีภูมิต้านทานที่ดี ไม่เจ็บไม่ป่วย  แม้ผู้ที่มีอาการป่วยแล้ว หากได้รับสารอาหารดังกล่าวอย่างเพียงพอและสมดุล ก็จะหายป่วยได้  ล่าสุด นายแพทย์บาร์รี่แห่งมหาวิทยาลัยไมอามี่ สหรัฐอเมริกา ได้ทำการวิจัยผู้ป่วยเอดส์ โดยให้ทานเซเลเนี่ยมเป็นประจำ ปรากฎว่า ได้ผลดี ทำให้ภูมิคุ้มกัน (CD4) เพิ่มมากขึ้น ขณะที่เชื้อ HIV ลดลง  ดังนั้น  ผู้ที่ร่างกายปกติควรรับประทานน้ำมันจมูกข้าว เพื่อให้ร่างกายแข็งแรงตลอดไป ส่วนผู้ที่ป่วยแล้ว ก็ควรรับประทานน้ำมันจมูกข้าว เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหาร ซึ่งจะทำให้หายป่วยอย่างรวดเร็ว

 10. หลับสนิท จิตใจเบิกบาน

                ยอมรับกันแล้วว่า การพักผ่อนด้วยการนอนหลับ คือ การพักผ่อนที่ดีที่สุด  สารอาหารเมลาโทนิน ในน้ำมันจมูกข้าวรำข้าว จะทำให้นอนหลับสนิท หลับลึก ทำให้ร่างกายได้รับการพักผ่อนอย่างเพียงพอ เมื่อตื่นก็สดชื่นเบิกบาน จิตใจก็แจ่มใส ไม่เครียด ทำให้การดำเนินชีวิตเป็นไปอย่างมีความสุข

Super Slim Pomegranate – 30 Capsules

 

Super Slim Pomegranate กุมภาพันธ์ 22, 2009

Filed under: Health & Personal Care — rxthai @ 11:55 am

Super Slim Pomegranate - 30 CapsulesSuper Slim Pomegranate Weight Loss is a well known weight loss product in the US and Europe. Pomegranate is one of the strongest antioxidants found in nature. Antioxidants repair free radical damage which cause premature aging that rob the body of its youthful appearance. Koncing Nut is a fat burner. It breaks down accumulated fat in the body and increases the body’s ability to burn fat. Extract of HydroxyCitric Acid, Apple and Kiwi is said to inhibit the body’s ability to produce fat. It is also believed to be an appetite suppressant as well as an energy booster. Extracts of Giantarum, Sweet potato, and Jerusalem artichoke are added to increase the potency of the active ingredients. Reported results with Super Slim are: Natural Weight-loss without side effects decreased appetite maintain weight loss. As with any weight loss product or program, Buyers are recommended to consult a licensed physician before beginning any

Lunch time already!
I would have a big breakfast each morning before 9:00 a.m. and by noon I was hungry again. I love to eat watching late night T.V. Well..well, my son says to me the other day. “Mom, I can’t see TV, why do you always have to block the T.V screen with your big behind”. “I AM NOT BIG”, I yelled back. I decided to take a look for myself in a fullview mirror. I was not happy. I needed to lose weight now! I did some research. I read that 90% users had no appetite and lost weight. I decided to try this product. For the first week, I couldn’t eat very much or sleep very well. I’ve stopped taking it on the weekend, so that my body could rest. I have lost some weight. Thank you Super Slim Pomegranate for my new clothes.

 

วิธีปราบ “อสุจิน้อย” กุมภาพันธ์ 21, 2009

Filed under: Health & Personal Care — rxthai @ 5:16 am
ภาพจากwww.sarakadee.com

       หากจะกล่าวว่าในปัจจุบันนี้ การที่ผู้หญิงจะเดินเข้าร้านขายยาไปซื้อยาคุมกำเนิดมารับประทานก็คงไม่ใช่เรื่องน่าอับอายอะไร เพราะวัยรุ่นส่วนใหญ่นอกจากการซื้อเพื่อคุมกำเนิดแล้ว ยาคุมกำเนิดยังมีประโยชน์สำหรับพวกเธอในเรื่องของการลดความอ้วนและบำรุงผิวให้เปล่งปลั่งอีกด้วย แต่ทว่าถ้าจุดประสงค์ของพวกเธอนั้นต้องการซื้อยาคุมกำเนิดเพื่อป้องกันการตั้งครรภ์จริงๆ รายละเอียดของการคุมกำเนิดมีอะไรบ้างนั้น นพ.สมศักดิ์ สุทัศวรวุฒิ สูตินารีแพทย์ โรงพยาบาลรามาธิบดีกล่าวว่า
       
       “จริงๆแล้วการคุมกำเนิดคือการป้องกันไม่ให้เชื้อSpermของผู้ชายผสมกับไข่ของผู้หญิงหรือหากผสมก็ป้องกันไม่ให้ไข่นั้นฝังตัวที่มดลูก ซึ่งมีวิธีการการคุมกำเนิดหรือการป้องกันการตั้งครรภ์โดยไม่พึงประสงค์นั้น มีอยู่2วิธีที่คือ
       
       1.การคุมกำเนิดชั่วคราว วิธีที่ใช้ป้องกันการตั้งครรภ์เมื่อฝ่ายหญิงและชายยังไม่พร้อมที่จะมีบุตร หรือต้องการเว้นระยะเวลาการมีบุตร
       2.การคุมกำเนิดถาวร เป็นการคุมกำเนิดเมื่อไม่ต้องการบุตรอย่างถาวร เช่นการทำหมันชาย การทำหมันหญิง

ภาพจากwww.msn.com

       ทั้งนี้การคุมกำเนิดแบบชั่วคราวนั้นยังสามารถแบ่งออกเป็นประเภทอันขึ้นอยู่กับการใช้ฮอร์โมนและการไม่ใช้ฮอร์โมน การคุมกำเนิดแบบใช้ฮอร์โมนเช่น การใช้ยาเม็ดคุมกำเนิด การฉีดยาคุมกำเนิด การฝังยาคุมกำเนิด ในขณะที่บางคนอาจเลือกคุมแบบการใส่ห่วงอนามัย การใช้ถุงยางอนามัย การคุมกำเนิดโดยใช้วิธีธรรมชาติ ซึ่งไม่ต้องอาศัยฮอร์โมน”
       
       อย่างไรก็ดี บางคนอาจจำเป็นที่จะต้องคุมกำเนิดฉุกเฉิน โดยกรณีนี้คือ การรับประทานยาหลังจากที่มีเพศสัมพันธ์ไปแล้ว ซึ่งวิธีนี้จะทำให้ผู้หญิงมีโอกาสท้องสูงกว่าวิธีอื่นๆ ส่วนวิธีที่นิยมที่สุดในบรรดาสาวๆนั้น นพ.สมศักดิ์ เผยว่า “การใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดเป็นวิธีที่นิยมใช้กันมาก เนื่องจากหาซื้อได้ง่าย ทานง่าย ไม่เจ็บตัวและได้ผลดี ซึ่งยาเม็ดที่ทานหลังมีเพศสัมพันธ์นั้นจะได้รับความนิยมในหมู่วัยรุ่นมากเป็นพิเศษเพราะไม่มีผลข้างเคียงใดๆในเรื่องของการเกิดโรคต่างๆ”
       

       การเลือกวิธีคุมกำเนิด
       นพ.สมศักดิ์ อธิบายว่า “การเลือกวิธีคุมกำเนิดนั้น ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ความสะดวก ความชอบ นิสัยเช่น เป็นคนหลงลืมง่ายหรือไม่ เพราะหากเลือกการทานยาคุม ต้องทานทุกวัน บางคนอาจบอกว่าทานยาไม่ดี ฉีดยาดีกว่า ในขณะที่อีกคนอาจรู้สึกว่า ไม่อยากถูกฉีดยา กลัวเจ็บ ซึ่งทั้งหมดนี้มีสุขภาพเป็นปัจจัยสำคัญ ทุกคนควรปรึกษาแพทย์ก่อนเลือกวิธีการคุมกำเนิด”
       
       อย่างไรก็ตาม มีข้อแนะนำบางส่วนสำหรับการเลือกใช้ประเภทของการคุมกำเนิดตามลักษณะของแต่ละคนดังนี้ค่ะ
       *ผู้ที่มีเพศสัมพันธ์อย่างสม่ำเสมอควรจะใช้ยาเม็ดคุมกำเนิด ยาฉีด ใส่ห่วง
       *ผู้ที่มีเพศสัมพันธ์ไม่บ่อย ให้ใช้ ถุงยางอนามัย
       *ผู้ที่มีคู่ขามากหรือต้องการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ให้ใช้ถุงยางอนามัย
       *ผู้มีเพศสัมพันธ์โดยไม่มีการวางแผนเช่น ถูกข่มขืนควรใช้ยาคุมชนิดหลังร่วมเพศ
       *ถ้าไม่แน่ใจว่าแฟนมีโรคติดต่อหรือไม่ไม่ควรที่จะมีเพศสัมพันธ์ด้วย

ภาพจากwww.purpleflavor.com

       ส่วนอัตราการตั้งครรภ์ในการคุมกำเนิดแต่ละวิธีนั้นก็แตกต่างกันไปซึ่งอาจมาจากการที่ผู้ใช้ไม่ได้ทำตามวิธีที่ถูกต้อง โดยแต่ละประเภทจะมีอัตราดังนี้
       
       การฝังฮอร์โมน 0.05%
       การทำหมันชาย 0.1%
       ยาเม็ดคุมกำเนิด 0.1-0.5%
       การใส่ห่วง 0.1-1.5%
       การฉีดยาคุม 0.3%
       การทำหมันหญิง 0.5%
       การสวมถุงยางอนามัย 3%
       การสวมถุงยางอนามัยของผู้หญิง 5%
       การใส่ Diaphragm และย่าฆ่า sperm 6%
       ยาฆ่า Sperm 6%
       หมวกครอบปากมดลูกและยาฆ่า Sperm ในคนที่ไม่เคยท้อง 9%
       การนับวัน 9%
       หมวกครอบปากมดลูกและยาฆ่า Sperm ในคนที่เคยท้อง 26%
       
       ทั้งนี้นพ.สมศักดิ์ ได้เผยว่าการคุมกำเนิดนั้นไม่ได้เหมาะกับคนทุกคน เพราะคนบางประเภทไม่สามารถใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดเด็ดขาด ซึ่งคนกลุ่มนี้ได้แก่
       
1.บุคคลตั้งครรภ์ หรือสงสัยว่าจะตั้งครรภ์ ดังนั้นในรายที่ประจำเดือนไม่มา ควรตรวจสอบให้แน่ใจก่อนที่จะเริ่มให้ยาเม็ดคุมกำเนิด
       2.บุคคลที่มีโรคเกี่ยวกับหลอดเลือดหัวใจ ความดันโลหิตสูงชนิดรุนแรง
       3.บุคคลที่มีระบบไขมันในร่างกายผิดปกติ
       4.บุคคลที่มีโรคที่เกี่ยวกับระบบการแข็งตัวของเลือด
       5.บุคคลที่เป็นโรคตับอักเสบเฉียบพลัน
       6. บุคคลที่เป็นมะเร็ง ซึ่งมะเร็งนี้จะมีการเจริญเติบโตขึ้นกับฮอร์โมน เช่นมะเร็งเต้านม และมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก
       7.บุคคลที่มีเลือดออกผิดปกติจากโพรงมดลูก โดยยังไม่ทราบสาเหตุ
       
       แม้ว่าตามทฤษฎีทางการแพทย์อาจระบุว่า เราสามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้หากไม่มีการร่วมเพศในช่วงที่ผู้หญิงกำลังตกไข่ แต่วิธีนี้กลับเป็นวิธีการที่สามารถเกิดความผิดพลาดได้เนื่องจากระยะเวลาและรอบเดือนของช่วงการตกไข่ของแต่ละคนอาจแตกต่างกันไป
       
       ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจากwwww.pha.narak.com